ท่อเหล็กอาบสังกะสี (Galvanizes Steel Pipe)มีดีอย่างไร

Posted on by

ท่อเหล็กอาบสังกะสีนั้นถือได้ว่าเป็นวัสดุที่คู่กับงานก่อสร้างเลยก็ว่าได้  เนื่องจากในงานก่อสร้างต้องใช้ท่อเหล็กมาเป็นวัสดุหลักๆ   วันนี้  nssteel.co.th จึงพาคุณมาทำความรู้จักกับท่อเหล็กอาบสังกะสีกันค่ะ

ท่อเหล็กอาบสังกะสี หรือที่เรียกว่าแป๊บน้ำ,แป๊บประปา มีลักษณะเป็นท่อกล้ากลมชุบกัลป์วาไนซ์ และชุบสังกะสี มีทั้งเป็นปลายเกลียว คาดเหลือง สัญลักษณ์ BS-S , คาดน้ำเงิน สัญลักษณ์BS-M , ปลายเรียบ คาดแดง สัญลักษณ์ BS-H มีความยาว6,000มิลลิเมตร/เส้น ผลิตจากเหล็กกล้าเนื้อดีนำเข้าจากต่างประเทศ ควบคุมคุณภาพจากวิศวกรโรงงานQCสูงสุด มาตรฐาน มอก.277-2532(แบบมีตะเข็บ ชนิดต่อด้วยเกลียว)

ท่อเหล็กอาบสังกะสี เหมาะสำหรับต้องการความทนทาน กลางแจ้ง ใกล้ทะเล งานเดินท่อลำเลียง ท่อประปา ท่อชลประทาน งานเดินสายไฟนอกอาคาร และยังนำมาประยุกต์ใช้เป็นราวแขวนต้นไม้ ในเรือนเพาะชำ,ทำแซงรถบรรทุกผลไม้ ทำโครงสร้าง(เสา)ในบ่อเลี้ยงกุ้ง,รั้ว,ประตูเสาวิทยุ,เสาโทรทัศน์,ราวตากผ้า งานตกแต่งทั่วไป และงานขึ้นรูปโครงสร้างต่างๆ ท่อเหล็กอาบสังกะสี มีความสามารถในการรับแรงดัน มีความแข็งแรงทนทาน สะดวกในการเชื่อมต่อ และที่สำคัญไม่เป็นสนิม โดยเฉลี่ยแล้วใช้งานปรกติได้นานกว่าท่อเหล็กธรรมดา เกือบ 3 เท่า เมื่อใช้เป็นเวลานาน จึงคุ้มค่าในการเลือกใช้

เครื่องแสกนลายนิ้วมือมีดีอย่างไร

Posted on by

เครื่องสแกนลายนิ้วมือกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาเครื่องบันทึกเวลาประเภทต่างๆอาทิเช่น เครื่องตอกบัตร เครื่องรูดบัตร หรือแม้แต่เครื่องทาบบัตรเองก็ตาม ต่างพบกับปัญหาที่เหมือนกันนั่นก็คือ “การทุจริต”ในการบันทึกเวลาแทนกัน ซึ่งปัญหานี้แก้ยังไงก็ไม่หายเสียที ครั้นจะติดกล้องวงจรปิด หรือจ้างคนมาเฝ้าเพื่อนั่งจับผิดพนักงาน ก็จะยิ่งทำให้เสียค่าใช้จ่ายโดยใช้เหตุ ดังนั้นเมื่อคุณเปลี่ยนมาใช้“เครื่องสแกนลายนิ้วมือ” ปัญหาเหล่านี้จึงหมดไป

หลักการทำงานที่น่าสนใจของเครื่องสแกนลายนิ้วมือนั่นก็คือ การบันทึกลายนิ้วมือซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลพูดง่ายๆก็คือแต่ละคนจะมีลายนิ้วมือที่ไม่เหมือนกัน หากลองสังเกตดีๆที่ลายนิ้วมือของเราจะมีลักษณะเป็นก้นหอยซึ่งลวดลายเหล่านี้ จะถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูล และเมื่อเวลาเราใช้งานโดยการเอานิ้วมือทาบไปที่หัวอ่าน ซึ่งเป็นกระจกและมีลำแสงยิงออกมา เมื่อลำแสงตกกระทบกับเส้นลายนิ้วมือ ซึ่งหากตรงกับข้อมูลที่เก็บไว้ล่วงหน้า ข้อมูลก็จะถูกบันทึกนั่นเอง

เครื่องสแกนลายนิ้วมือนั้นเป็นที่นิยมสำหรับผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดย่อมอย่าง SMEs ไล่ไปจนถึงธุรกิจระดับชาติเลยทีเดียวนื่องจากเครื่องสแกนลายนิ้วมือนั้น เป็นระบบที่ประหยัดค่าใช้จ่าย แต่เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้รับนั้นคุ้มค่ามากเลยทีเดียว ไม่ว่าคุณจะเพิ่มพนักงานมากแค่ไหน ก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด แตกต่างจากการใช้บัตรตอกหรือบัตรคีย์การ์ดที่จำเป็นจะต้องใช้เพิ่มเมื่อเรารับพนักงานเพิ่มให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มนั่นเอง

จักรวรรดิรัสเซีย

Posted on by

%e0%b8%98%e0%b8%87

%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99

เมื่อพูดถึงรัสเซีย หลายท่านก็รู้จัก และเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความน่าสนใจอยู่มาก ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ และการท่องเที่ยว รัสเซียเป็นประเทศที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอยู่มากครับ และในเรื่องราวของประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะประเทศไหนก็ตามจะมีเรื่องของผู้นำเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ ย้อนกับไปในยุคของผู้นำท่านหนึ่งที่หลายท่านคงเคยได้ยินชื่อ และเราจะขอถือโอกาสนี้กล่าวถึงท่านกันครับ ท่านผู้นี้คือ จักรพรรดิปีเตอร์ที่ 1 แห่งรัสเซีย รัสเซีย

%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c

 

%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c

รัชสมัยของซาร์ปีเตอร์มหาราชจัดเป็นยุคใหม่ในประวัติศาสตร์รัสเซีย ประวัติศาสตร์รัสเซียในสมัยนี้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า “สมัยจักรวรรดิรัสเซีย” เพราะองค์เจ้าซาร์เป็นผู้สร้างยุคของพระองค์ขึ้นพระองค์ทรงได้เป็นซาร์ตั้งแต่ยังมีพระชันษาเพียง 10 ชันษาเท่านั้น ในปี พ.ศ. 2225 และในปีนั้นเองพระองค์ก็ต้องได้รับการแต่งตั้งใหม่ให้เป็นซาร์คู่กับพระเจ้าน้องยาเธอต่างพระราชมารดา คือ ซาร์อีวานที่ 5 แห่งรัสเซีย เมื่อซาร์อีวานที่ 5 สิ้นพระชนม์ ซาร์ปีเตอร์ที่ 1 มหาราชจึงมีพระราชอำนาจโดยแท้จริง ในยุคของพระองค์ทรงขยายอาณาเขตรัสเซียออกไปทางตะวันออกถึงวลาดีวอสตอค และทรงใช้นโยบายสู้ตะวันตก ทรงนำรัสเซียเข้าสู่ยุคใหม่

%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88

ต่อมาสมเด็จพระเจ้าซาร์ปีเตอร์ที่ 1 ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านเศรษฐกิจ การปกครอง ศาสนา สังคม วัฒนธรรม การศึกษา ยังความเจริญแก่รัสเซียตราบจนถึงปัจจุบัน

%e0%b8%88%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87   %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87

 

ยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนในด้านเศรษฐกิจสมเด็จพระเจ้าซาร์ปีเตอร์ที่ 1 ทรงจัดระบบเศรษฐกิจของประเทศตามระบบพาณิชย์นิยมของตะวันตกโดยการห้ามนำสินค้าจากต่างประเทศเข้ารัสเซีย และเร่งส่งเสริมอุตสาหกรรมต่างในประเทศ เช่น การผลิตอาวุธ สร้างโรงงานถลุงเหล็ก การทอผ้า การต่อเรือ รองเท้า สบู่ ฯลฯ อีกทั้งยังเปิดประเทศต้อนรับช่างผู้ชำนาญงานสาขาต่างๆ ให้เข้ามาตั้งถิ่นฐานและลงทุนในรัสเซีย ทรงจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมของรัฐเพื่อให้เอกชนดำเนินการ มีการเกณฑ์และบังคับแรงงานชาวไร่ ชาวนาให้ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนกระตุ้นให้พวกชุนนางลงทุนในด้านการค้า ในช่วงระยะเวลาเพียง 20 ปี ในกรุงมอสโกมีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เกิดขึ้น 200 แห่ง และขนาดเล็กมากกว่า 2500 แห่ง ทรงละเว้นภาษีแก่โรงงานอุตสาหกรรมเอกชน แต่ขณะเดียวกันก็ทรงเพิ่มรายได้แก่รัฐด้วยการจัดเก็บภาษีอื่นๆ ในอัตราที่สูงขึ้น

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c

เศรษฐกิจของรัสเซียโดยรวมมีความแข็งแกร่งกว่าประเทศที่สำคัญหลายประเทศ

Posted on by

2เศรษฐกิจของรัสเซียโดยรวมมีความแข็งแกร่งกว่าประเทศที่สำคัญหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศในเขตยูโรโซนในช่วงปีที่ผ่านมา  ติดตามภาพรวมทางเศรษฐกิจของรัสเซีย ปัจจัยที่ส่งผลกระทบทางบวกต่อเศรษฐกิจ ความเคลื่อนไหวที่สำคัญในด้านเศรษฐกิจในช่วงปี 2554 และแนวโน้มของเศรษฐกิจรัสเซียในปี 2555 ได้ดังต่อไปนี้ เศรษฐกิจรัสเซียมีอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ร้อยละ 4.1 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ดี และเป็นการขยายตัวอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจรัสเซียได้ฟื้นฟู จากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2551ดัชนีทางเศรษฐกิจระดับมหภาคส่วนใหญ่เป็นไปในทางบวก อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับ ร้อยละ 6.1 ซึ่งไม่ต่ำนัก แต่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ 20 ปีของรัสเซีย การกู้ยืมจากต่างประเทศอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในหมู่ประเทศ

อุตสาหกรรมชั้นนำและสัดส่วนหนี้สินต่างประเทศเพียงร้อยละ10 ของ GDP ในด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรม รัสเซียสามารถเพิ่มผลผลิตได้ร้อยละ 4.7 เป็นลำดับที่สี่รองจากประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ คือ จีน อินเดีย และเยอรมัน ตามลำดับ ภาคการเกษตรและภาคการก่อสร้าง ต่างมีอัตราการขยายตัวที่สูงขึ้น ในระดับร้อยละ 16.1 และ 4.8 ตามลำดับ ในด้านการค้าระหว่างประเทศ ณ เดือนพฤศจิกายน 2554  รัสเซียได้เปรียบดุลการค้ากับคู่ค้าทั่วโลกรวม 78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และในส่วนการค้ากับประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และขยายตัวที่ร้อยละ 147.7 ต่อปี รัสเซียเป็นฝ่ายเสียดุลเล็กน้อย เศรษฐกิจของรัสเซียโดยรวมมีความแข็งแกร่งกว่าประเทศที่สำคัญหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศในเขตยูโรโซนในช่วงปีที่ผ่านมา

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบทางบวกต่อเศรษฐกิจราคาน้ำมันในตลาดโลกในปีที่ผ่านมา รัสเซียสามารถผลิตและส่งออกน้ำมันมากที่สุดในโลกและด้วยสถานการณ์ด้านน้ำมันของตลาดโลกที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบสูงโดยเฉลี่ย 113 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้รัสเซียสามารถนำเข้าเงินตราจากการส่งออกน้ำมันได้มากถึง 1.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อรวมถึงการส่งออกก๊าซธรรมชาติ ซึ่งรัสเซียก็เป็นผู้ผลิตและส่งออกสูงสุดของโลก ทำให้การค้าระหว่างประเทศมีภาวะเกินดุล และรายได้จำนวนมากจากการส่งออกพลังงานดังกล่าวส่วนหนึ่งถูกนำไปสะสมในเงินสำรองระหว่างประเทศซึ่งปัจจุบันมีมากถึง 500,000 ล้านบาท เป็นอันดับที่สามของโลกรองจากจีนและญี่ปุ่น การบริหารงบประมาณแผ่นดินรัฐบาลได้เน้นการสร้างอุปสงค์ภายในประเทศอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการลงทุน ทำให้การลงทุนในภาคการผลิตขยายตัวร้อยละ 6 ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลโดยตรงมาจากภาวะเศรษฐกิจระดับมหาภาคที่เอื้ออำนวยและภาคประชาชนมีการใช้จ่ายที่สูง กอร์ปกับมียอดเงินลงทุนไหลเข้าในช่วงปลายปี

แนวโน้มของตลาดรัสเซียสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

Posted on by

ประเทศรัสเซียถือว่าประเทศใหม่สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถึงแม้ว่าจำนวนประชากรรัสเซียจะมีจำนวนมาก

แต่จำนวนคนรัสเซียที่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้นั้นยังมีไม่มาก อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า แนวโน้มของตลาดรัสเซียนั้นดีขึ้นมากจากอดีต เนื่องจากมีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่าน ทั้งในส่วนของจำนวนคนที่เดินทางออกนอกประเทศและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย

บริษัทนำเที่ยวถือว่าเป็นส่วนสำคัญในประเทศรัสเซีย เนื่องจากคนส่วนใหญ่ต้องทำการจองโรงแรม/ที่พักผ่านบริษัทนำเที่ยว เนื่องจากธนาคารของรัสเซียหลายๆธนาคารไม่อนุมัติให้ลูกค้าทำการซื้อสินค้าหรือบริการบนอินเตอร์เนตได้ (ธนาคารไม่อนุญาติให้ลูกค้าใช้บัตรเครดิตบนอินเตอร์เนต) ดังนั้นหากประเทศไทยต้องการทำตลาดรัสเซียให้ดีขึ้น ประเทศไทยจะต้องอาศัยความร่วมมือกับบริษัทนำเที่ยวเหล่านี้ก่อนในขั้นแรก

ช็อปปิ้งเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวประเทศรัสเซียเวลามาประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามการมาอาบแดดและเล่นน้ำทะเลก็ยังคงมีความสำคัญเช่นเดียวกัน

นักท่องเที่ยวประเทศรัสเซียส่วนใหญ่ยังคงทำการจองโรงแรม/ที่พักล่วงหน้า จะมีเพียงส่วนน้อยที่ทำการจองเมื่อมาถึง (ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการยืดระยะเวลาในการอยู่ในประเทศไทยด้วย) โดยโรงแรม/ที่พักที่ได้รับความนิยมจะเป็นประเภท 4 ดาว แต่หากมากับบริษัทนำเที่ยวก็จะเป็นประเภท 3 ดาว

สำหรับการตัดสินใจในการเลือกประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยวนั้น นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ให้ความสนใจกับภาพลักษณ์ของประเทศ และผู้คนมากที่สุด ตามมาด้วยจุดท่องเที่ยวและราคา ซึ่งหากนำข้อมูลในส่วนนี้มาผนวกกับข้อมูลในส่วนของความพึงพอใจ สามารถสรุปได้ว่า ประเทศไทยประสบความสำเร็จค่อนข้างดีในเรื่องของผู้คน เนื่องจากระดับความพึงพอใจที่สูงสุด

ในส่วนของจุดท่องเที่ยวและกิจกรรมท่องเที่ยวนั้น ประเทศไทยก็ทำได้ดีในสายตาของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความสะอาด ระดับราคา หรือความหลากหลาย เนื่องจากระดับความพึงพอใจของจุดท่องเที่ยวและกิจกรรมท่องเที่ยวในแต่ละหัวข้อนั้นสูงพอควร

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะทำได้ดีแล้วในส่วนของความพึงพอใจในภาพรวม แต่ยังมีปัจจัยที่ประเทศไทยควรปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวประเทศรัสเซียให้มาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้นหรือดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวประเทศไทยอีก โดยหัวข้อที่ควรมุ่งเน้น ได้แก่ คุณภาพบริการ ความสะอาด และความปลอดภัย หากประเทศไทยสามารถปรับปรุงหัวข้อเหล่านี้ได้ ในอนาคตประเทศไทยก็จะมีนักท่องเที่ยวประเทศรัสเซียเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“รัสเซีย” ถือเป็นตลาดท่องเที่ยวของไทย

Posted on by

“รัสเซีย” ถือเป็นตลาดท่องเที่ยวเนื้อหอมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคยุโรปของไทย ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวมากถึง 1.9 ล้านคน เมื่อปี 56 ที่ผ่านมา ทำให้กอบโกยรายได้อย่างเต็มไม้เต็มมือ เพราะเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใช้เงินไม่อั้น เพราะรักการบันเทิงในทุกรูปแบบ ทั้งกิน ทั้งดื่ม ทั้งช้อป ทั้งสปา ล่าสุด “ตลาดรัสเซีย” กลับต้องเผชิญปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ จากปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างยุโรปและสหรัฐอเมริกา ทำให้ค่าเงินรูเบิลอ่อนค่าและผันผวนอย่างมากกับทุกสกุลเงินทั่วโลกเช่น เมื่อเทียบกับเงินไทย 1 รูเบิล เท่ากับ 0.60-0.90 บาท ของไทยจากแต่ก่อนอยู่ที่กว่า 1.4 บาท ทำให้การตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของชาวรัสเซียยากขึ้น เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และช่วงนี้รัฐบาลของรัสเซียเองกำลังรณรงค์ให้ชาวรัสเซียท่องเที่ยวภายในประเทศ ประกอบกับระยะหลังไทยเริ่มมีคู่แข่งการท่องเที่ยวของชาวรัสเซียในแถบเอเชียด้วยกันเอง อย่าง “เวียดนาม” แม้ตัวเลขการท่องเที่ยวยังจะไม่สูงมาก อยู่ในหลักแสนคนแต่ก็เริ่มก้าวกระโดดอย่างมีนัย จาก 100,000 คนเริ่มเป็น 400,000 คน ภายในระยะเวลาสั้น ๆ หลังจากบริษัททัวร์ยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย อย่างบริษัท เปกัส ที่แต่ละปีขนนักท่องเที่ยวมาไทยเกือบ 600,000 คนเริ่มหันมาทำตลาดที่เวียดนามมากขึ้น

ล่าสุด… ตัวเลขนักท่องเที่ยวรัสเซียที่เดินทางมาไทยในช่วง 7 เดือน (ม.ค.–ก.ค.) ปี 57 มีจำนวน 1.06 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6.54% ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มแบบชะลอตัว จากเดิมที่อยูที่ 10% ขึ้นไป ทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้องจัดทัพผู้บริหาร ททท. เดินทางไปกระตุ้นตลาดทองคำอย่างรัสเซียเต็มที่ “ธวัชชัย อรัญญิก” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มองว่า ตลาดท่องเที่ยวรัสเซีย เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคยุโรป เนื่องจากชาวรัสเซียชื่นชอบไทยอย่างมาก ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับ 3 รองจากตุรกีและอียิปต์ โดยนักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายต่อวันสูงมาก เช่น ปี 56 มีการใช้จ่ายต่อคนต่อวัน เฉลี่ยประมาณ 5,000 บาท ที่ในอนาคตยังมีแนวโน้มเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัวได้ เพราะชาวรัสเซีย เป็นกลุ่มเอ็นเตอร์เทน ชอบสังสรรค์ ชอบชอปปิง เร่งเจาะกลุ่มลูกค้า

ทั้งนี้ ททท. ได้กำหนดกลยุทธ์โดยเน้นเจาะกลุ่มตลาดรัสเซียให้เข้มข้นขึ้น โดยเน้นไปที่คุณภาพไม่ใช่ปริมาณ ด้วยการคัดเลือกผลิตภัณฑ์สินค้าให้ตรงตามความต้องการของนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน ททท. สำนักงานมอสโกได้ออกแอพพลิเคชั่น “เดอะมูซ” เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวกิจกรรมในไทย และยังทำให้ ททท. รู้ข้อมูลว่านักท่องเที่ยวกลุ่มไหน ชื่นชอบกิจกรรมอะไร เช่น สอบถามนักท่องเที่ยวผู้หญิงชาวรัสเซีย ชื่นชอบอะไรในประเทศไทย ส่วนใหญ่ตอบว่า คิดถึงสปา 5 ดาว แหล่งชอปปิง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ทำให้เจาะกลุ่มความต้องการนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น

สินค้าไทยที่มีศักยภาพทำตลาดได้ดีในรัสเซีย

Posted on by

นับตั้งแต่รัสเซียได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก(WTO) อย่างเป็นทางการ ปัจจุบันรัฐบาลรัสเซียมีนโยบายเปิดรับการค้าการลงทุนจากต่างประเทศ และกำลังเดินหน้าเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับนานาชาติหลายงานในอนาคตอันใกล้ ส่งผลให้ตลาดรัสเซียโดยรวมมีแนวโน้มที่จะมีความต้องการสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้น ด้วยโอกาสและศักยภาพทางเศรษฐกิจของรัสเซียดังกล่าว สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ได้เสนอรายการสินค้าไทยที่มีศักยภาพในรัสเซียสำหรับผู้ส่งออกของไทย ที่สำคัญมี ดังนี้

ผลไม้กระป๋องของไทยได้รับความนิยมอย่างสูงและทำตลาดได้ดีในรัสเซีย โดยเฉพาะสับปะรดกระป๋องและผลไม้ต่าง ๆ ซึ่งจุดแข็งอยู่ที่เรื่องคุณภาพที่ดี ความสะดวกในการรับประทาน ราคาไม่แพง และหาซื้อได้ทั่วไป รวมทั้งความใส่ใจของผู้ประกอบการไทยซึ่งต้องปรับปรุงสินค้าให้ตรงตามรสนิยมผู้บริโภคชาวรัสเซียอยู่เสมอ

ยางพาราเป็นสินค้าที่มีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นมาก เนื่องจากการขยายตัวขนานใหญ่ของอุตสาหกรรมรถยนต์ในรัสเซีย ซึ่งเป็นผลจากการส่งเสริมโดยภาครัฐ ประกอบกับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากการที่ชาวรัสเซียเริ่มมีกำลังซื้อรถยนต์ในฐานะปัจจัยที่ 5 เพิ่มขึ้น และการที่อุตสาหกรรมอื่นมีแนวโน้มจะหันมาใช้ ยางธรรมชาติมากขึ้น ทั้งนี้ การส่งออกผลิตภัณฑ์ยางพาราไทยไปยังรัสเซียยังมีโอกาสจะขยายตัวได้อีกมากดังเห็นได้จากอัตราการใช้รถยนต์ของชาวรัสเซียในปัจจุบันซึ่งยังค่อนข้างต่ำ

อัญมณีและเครื่องประดับของไทยได้รับการยอมรับและเป็นที่ต้องการสูงในตลาดรัสเซียโดยเฉพาะเครื่องประดับเงินของไทยที่มีการนำเข้าอย่างสม่ำเสมอ ไทยยังมีโอกาสจะขยายการส่งออกสินค้าประเภทนี้เข้าสู่รัสเซียได้อีกมากโดยที่ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับของรัสเซียมีขนาดใหญ่และมีความต้องการหลากหลาย อีกทั้งมีช่องทางเชิงกลยุทธ์การทำตลาดที่เปิดกว้าง ทั้งการนำเข้าโดยตรงหรือทางอ้อม อาทิ การร่วมธุรกิจกับประเทศยุโรปอื่นเปิดโรงงานผลิตอัญมณีในไทย และส่งกลับเข้ามาขายในยุโรป หรือการร่วมมือประกอบธุรกิจ / ลงทุนกับกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (Commonwealth of Independent States – CIS) บางประเทศซึ่งได้รับสิทธิพิเศษทางการค้าในการส่งสินค้าเข้ารัสเซีย ที่ผ่านมา ผู้ส่งออกไทยมีผลประกอบการและมูลค่า การส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่มูลค่าอัญมณีในตลาดนี้ได้เพิ่มสูงขึ้นมาโดยตลอด

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก เห็นว่าเพื่อส่งเสริมการค้ากับรัสเซีย ผู้ส่งออกไทยควรเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นในรัสเซียและกลุ่มประเทศ CIS อาทิ World Food Expo, Rubber Exhibition, Gems & Jewelry หรือการทำ Business Matching เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการตรงกันทั้งในไทยและรัสเซีย ตลอดจนจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านทางสื่อทั่วไปและสื่อเฉพาะสินค้า ซึ่งรวมถึงสื่อออนไลน์ ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นอุปสงค์ในหมู่ผู้บริโภคให้มากขึ้นด้วย

สถานที่ท่องเที่ยว สุดยอดที่ต้องไปเยือนประเทศรัสเซีย

Posted on by

สถานที่ท่องเที่ยว สุดยอดที่ต้องไปเยือนประเทศรัสเซีย
สถานที่ท่องเที่ยว สุดยอดที่ต้องไปเยือนหากคุณไปเที่ยวที่เมืองเซ็นปีเตอร์เบิร์ก และ มอสโคว์ 2 เมืองที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของประเทศรัสเซีย หากคุณชอบบรรยากาศแดนหมีขาว อากาศหนาวๆ บรรยากาศวัฒนธรรมยุโรปของประเทศรัสเซีย ห้ามพลาด

  1. เรือรบหลวงออโรร่า (THE BATTLESHIP AURORA)

เรือรบโบราณของราชนาวีรัสเซีย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเรือรบของรัสเซียที่เก่าแก่ที่สุด รับใช้ราชนาวีรัสเซียมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1904-1905 ถูกใช้ในศึกทั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 , ครั้งที่ 2 และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวรัสเซีย

  1. วิหารปีเตอร์แอนด์ปอลด์ (PETER and PAUL FORTRESS)

วิหารเก่าแก่แห่งนี้ถูกสร้างเสร็จเมื่อ 1733 สร้างเพื่อเป็นเกียรติแก่นักบุญปีเตอร์และปอลด์ที่ได้ทำคุณงามความดีในการ แผยแพร่ศาสนา อีกทั้งวิหารปีเตอร์แอนด์ปอลด์ยังเป็นที่เก็บพระศพของราชวงศ์เก่าแก่ของรัส เซีย นั่นก็คือ ราชวงศ์โรมานอฟ ซึ่งบริเวณรอบๆของวิหารแห่งนี้ มีโรงงานผลิตเหรียญและที่ขังคุกผู้มีความผิดทางการเมืองอีกด้วย ซึ่งเหมาะมากแก่การมาแวะพักชมความสวยงาม และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของรัสเซีย ถ้ามาเที่ยวรัสเซีย ห้ามพลาดวิหารแห่งนี้เด็ดขาด

  1. มหาวิหารเซนต์ไอแซค (SAINT ISAAC’S CATHEDRAL)

มหาวิหารเซนต์ไอแซคที่มีโดมทองเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นเห็นได้ชัดเจน แต่ก่อนเป็นเพียงโบสน์ไม้เก่าๆ แต่ต่อมาได้รับการบูรณะขนานใหญ่ทำให้กลายเป็นโบสน์ขนาดใหญ่ ดูอลังการสุดๆ โดยเฉพาะสัญลักษณ์ของมหาวิหารแห่งนี้ ซึ่งก็คือ โดมทองคำ เป็นทองคำแผ่นปิดหนักรวม 100 กิโลกรัมส่วนภายในประดับประดาไปด้วยหินอ่อน และ มาลาไคท์หลากสีสัน ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวรัสเซียที่สำคัญแห่งหนึ่ง และถูกจัดอันดับว่าเป็นวิหารทรงโดมที่ใหญ่เป็นอับดับ 3 และ มีความงดงามมากที่สุดในโลกเลยทีเดียว หากใครมาทัวร์รัสเซีย มหาวิหารเซนต์ไอแซคเป็นอีกที่ที่คุณต้องมาเยี่ยมเยียน

  1. HERMITAGE MUSEUM พระราชวังฤดูหนาว

พระราชวัง ฤดูหนาวแห่งนี้ประกอบไปด้วยห้องต่างๆ มากกว่า 1000 ห้องด้วยกัน แถมยังเป็นเรือนรับรองการเสด็จมาเยือนรัสเซียของพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 5 ในภารกิจกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศรัสเซีย และ ไทย กับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย ซึ่งพระราชวังแห่งนี้กว้างใหญ่มากแถมยังสวยงามเป็นอันดับต้นๆของยุโรปเลย เชียวหละ เหมาะแก่การมาเปิดหูเปิดตาเป็นอย่างยิ่ง

  1. พระราชวังฤดูร้อนปีเตอร์ฮอฟ (PETERHOF)

สร้างเสร็จสิ้นเมื่อปี ค.ศ. 1705 ในรัชสมัยของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลบอลติค โดยพระเจ้าปีเตอร์มหาราชทรงใช้เป็นที่พำนักสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจในฤดู ร้อน บางคนกล่าวว่าพระราชวังแห่งนี้สวยยิ่งกว่าพระราชวังแวร์ซายของฝรั่งเศสเสีย อีก พระราชวังสุดหรูแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของประ เทศรัสเซีย นอกจากความสวยความของตัวพระราชวังแล้ว คุณจะยังได้เห็นวิวทิวทัศน์สุตระการตาของน้ำพุด้านหน้าของราชวัง และอุทยานพฤกษาที่ขึ้นชื่อได้ว่าสวยเป็นอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียว

ผลกระทบอย่างรุนแรงจากราคาน้ำมันร่วงของรัสเซีย

Posted on by

รัสเซียมีทรัพยากรธรรมชาติต่างๆมากมาย

และมีความหลากหลายของแร่ธาตุวัตถุดิบใต้พิภพ ใต้พื้นที่ของรัสเซียมีการสำรวจพบแหล่งแร่น้ำมันและพลังงานต่างๆนับหลายพันแห่ง ถ่านหิน น้ำมันดิบ ก๊าซ แร่อินทรีย์ เทอร์มอล แร่เหล็กทั้งดำ สี และแร่เหล็กหายากชนิดต่างๆ ทองคำ เพชร และธาตุอื่นๆอีกมากมาย รัสเซียครอบครองแหล่งแร่ถ่านหินและแร่อินทรีย์มากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดในโลก ประเทศรัสเซียไม่ได้เป็นสมาชิกโอเปกแต่ก็มีน้ำมันมากเป็นอันดับ 2 รองจากแค่ซาอุดีอาระเบีย

ปัจจุบันแต่ละวันรัสเซียผลิตน้ำมันได้มากถึง 9.7 ล้านบาร์เรลแล้ว เป็นการผลิตร้อยละ 12.1 ของการผลิตโลก ส่งออกร้อยละ 11.6 ของปริมาณน้ำมันที่มีการซื้อขายกันทั่วโลก ความที่มีเทคโนโลยีชั้นสูง รัสเซียสามารถวางท่อน้ำมันไปได้ทั่วทั้งใต้ดินและใต้ทะเล รัสเซียไม่ได้ส่งน้ำมันตามท่อไปขายในยุโรปเท่านั้น ท่อน้ำมันของรัสเซียในปัจจุบันทุกวันนี้ ยังแยงใยไปถึงจีน เกาหลี และญี่ปุ่น

ความมั่นคงด้านพลังงานมีความหมายเท่ากับความมั่นคงแห่งชาติของรัสเซีย และไม่รีรอที่จะใช้น้ำมันและก๊าซเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของตน แม้สถานะการเงินของรัสเซียในปัจจุบันจะดูดีกว่า 16 ปีก่อนมาก เห็นได้จากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 2 แสนล้านดอลลาร์ และมีทุนสำรองระหว่างประเทศมากกว่า 4 แสนล้านดอลลาร์ แต่ถ้าธนาคารกลางยังคงขายเงินดอลลาร์เพื่อปกป้องค่าเงินรูเบิล และรัฐบาลรัสเซียยังไม่มีแหล่งรายได้อื่นมาชดเชยส่วนที่ขาดหายไปจากรายได้ด้านพลังงาน อาจนำไปสู่วิกฤตซ้ำรอยเดิมหรือรุนแรงกว่าเดิมได้ นักเศรษฐศาสตร์มองว่าธนาคารกลางรัสเซียอาจต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเร็วๆ นี้

หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้รัสเซียเผชิญผลกระทบอย่างรุนแรงจากราคาน้ำมันร่วง

เป็นเพราะพึ่งพารายได้จากการส่งออกพลังงานมากเกินไป อุตสาหกรรมดังกล่าวทำเงินได้สูงและไม่ต้องลงทุนด้านวิจัยและพัฒนามากนัก ทำให้ชะล่าใจไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมอื่นเพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์บางสำนักชี้ว่า แม้ราคาน้ำมันจะดิ่งลง แต่การอ่อนค่าของค่าเงินรูเบิลก็ทำให้รายได้จากอุตสาหกรรมพลังงานในรูปเงินรูเบิลไม่ลดลงมากนัก และอาจช่วยซื้อเวลาให้รัฐบาลหาทางออกหรือวิธีเบี่ยงเบนความสนใจของชาวรัสเซีย

ของฝากที่น่าสนใจในประเทศรัสเซีย

Posted on by

รัสเซียเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีภูมิประเทศครอบคลุมทวีปต่างๆ รัสเซียถูกจัดให้ประเทศหนึ่งที่มีความร่ำรวยที่สุด มีวัตถุดิบจำนวนมากที่เป็นปัจจัยหลักของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ นอกจากนี้รัสเซียยังส่งออกสินค้าจนมีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
ประเทศรัสเซียนอกจากจะเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติติดอันดับโลกแล้ว ยังมีสินค้าส่งออกที่เป็นเอกลักษณ์ และน่าสนใจ ดังนี้
1.หวีจากไม้เบิร์ช ที่เป็นต้นไม้ประจำชาติของรัสเซีย และรัสเซียเองมีฝีมือในการแกะสลักไม้อยู่แล้ว จึงทำให้ผลิตภัณฑ์จากไม้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ นอกจากนี้หวีจากไม้เบิร์ชยังช่วยให้สุขภาพผมดีอีกด้วย
2.ตุ๊กตาแม่ลูกดก เป็นสินค้ายอดนิยมของประเทศรัสเซีย โดยตุ๊กตาแม่ลูกดกจะวาดเขียนรูปหน้าหญิงสาวรัสเซียหน้าตาน่ารักด้วย ความประณีตของฝีมือช่างวาด นอกจากนี้ยังวาดรูปของบุคคลต่างๆลงไปได้อีกด้วย
3.ผ้าพันคอปลาต๊ก ผู้หญิงในประเทศรัสเซียนิยมผ้าพันคอลวดลายสวยงาม นอกจากใช้เป็นผ้าพันคอแล้วยังเป็นผ้าคลุมไหล่ได้ด้วย โดยผลิตมาจากขนแกะนำมาถักทอ ทำให้ผ้ามีความนุ่ม และอบอุ่น
4.กล่องไม้แลคเกอร์ เป็นผลงานขึ้นชื่อของประเทศรัสเซีย เพราะมีเทคนิคที่ซับซ้อน ด้วยการนำมาทาแลคเกอร์ซ้ำไปซ้ำมาจนมันวับ แล้ววาดรูปนิทานลงบนกล่อง สมัยก่อนจะมีขนาดที่ใหญ่ แต่ในปัจจุบันมีการทำให้เล็กลงเพื่อเป็นของที่ระลึก
5.วอดก้าและคาเวียร์ ในประเทศรัสเซียมียี่ห้อของวอดก้าที่ยอดนิยมอยู่หลายยี่ห้อ มีวอดก้าเกรดดีน่าลองชิมอีกหลายยี่ห้อ นอกจากนี้ยังมีคาเวียร์ก็เป็นของฝากที่ทุกคนนึกถึง และยังมีราคาที่สูง แต่ควรระวังของปลอมด้วย
6.หมวกขนสัตว์ติดดาวแดงหรือช้าบก้าอูชานก้า สินค้ายอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คุณสามารถหาซื้อได้ทั้งขนสัตว์ปลอมที่มีราคาถูก และขนสัตว์แท้ที่ให้ความอบอุ่นมากกว่าแต่ราคาก็สูงมากเช่นกัน
7.รองเท้าบูทวาเลนกี้ ทำจากขนแกะที่มีความนุ่มและอบอุ่น ซึ่งชาวรัสเซียใส่เพื่อลุยหิมะอาจจะซื้อใส่ขณะท่องเที่ยวอยู่ที่รัสเซียก็ได้หรือซื้อมาเก็บเป็นที่ระลึกของแปลกก็ได้

กรุงมอสโก เป็นเมืองหลวงที่มีระบบขนส่งมวลชนคุณภาพดีที่สุดของรัสเซีย

Posted on by

กรุงมอสโก เป็นเมืองหลวงของประเทศรัสเซีย

และยังเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ การเงิน การศึกษา และการเดินทางของประเทศ โดยตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำมัสกวา ซึ่งในตัวเมืองมีประชากรอยู่อาศัยกว่า 1 ใน 10 ของประเทศ ทำให้เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในยุโรป และเมื่อสมัยครั้งที่สหภาพโซเวียตยังไม่ล่มสลาย กรุงมอสโกก็ยังเป็นเมืองหลวงของสหภาพโซเวียตอีกด้วย ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นเมืองหลวงที่มีระบบขนส่งมวลชนคุณภาพดีที่สุดเมืองหนึ่งของโลก การเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินในกรุงมอสโกจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีความสะดวก สบาย ราคาไม่แพง และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเพราะรถไฟใต้ดินของมอสโกมีชื่อเสียงในเรื่องของความสวยงามอีกด้วย

สถานที่สำคัญที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนกรุงมอสโก คือ จตุรัสเเดง หรือ Red Square ซึ่งเป็นจตุรัสที่มีความเก่าแก่ และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของรัสเซียเป็นอย่างมาก สีแดงในความหมายของภาษารัสเซีย คือความสวยงาม และความดีงาม ซึ่งเป็นสีประจำของพรรคคอมมิวนิสต์ในสมัยนั้น จตุรัสแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่สำคัญที่ใช้ในการจัดงานหรือพิธีสำคัญของรัสเซียมาอย่างยาวนาน หากจะเปรียบไปแล้วคงเฉกเช่นเดียวกับสนามหลวงในกรุงเทพมหานครของประเทศไทย กรุงมอสโกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1147 โดยเจ้าชายยูริ ดอลโกรูกี้ พระราชโอรสของกษัตริย์วลาดิเมียร์ โมโนมาด แห่งเมืองเคียฟ ในการก่อสร้างหินก้อนแรกได้นำวางลงที่โบสถ์อัสสัมชัญในกรุงมอสโก ในรูปแบบเดียวกันกับเมืองวลาดิเมียร์ แล้วตามมาด้วยความเจริญต่างๆไม่ว่าจะเป็นการสร้างพระราชวังเครมลิน ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของเมืองหลวง และเปรียบได้กับหัวใจของรัสเซีย

บริเวณจัตุรัสแดง ประกอบไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆรายรอบอีกมากมาย

เช่น พระราชวังเครมลิน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์รัสเซีย และห้างสรรพสินค้า GUM จตุรัสแดงเป็นสถานที่ประกาศข่าวต่อสาธารณะชน และที่ประหารชีวิตทางด้านทิศใต้หน้าวิหารเซนต์บาซิล มีแท่นหินรูปกลมยกพื้นขึ้น มีชื่อว่า ” Lopnoe Mesto “เป็นแท่นที่ประทับของพระเจ้าซาร์และนักบวชเพื่อพบกับประชาชนและปราศรัยกับฝูงชนที่เข้ามาเฝ้าสีแดง เป็นจตุรัสสวยงามที่สุดในโลก เป็นสถานที่เก็บศพเลนิน ศาสดาของประเทศสังคมนิยม สร้างด้วยหินแกรนิตและหินอ่อนนับล้านชิ้นตอกลงบนพื้นจนกลายเป็นลานหินโมเสก เป็นพื้นที่ลานกว้าง จตุรัสแดงนั้นไม่ได้มีความสำคัญแค่ประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมเท่านั้น หากเพียงแต่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชนชาติเผ่าพันธุ์ คือ ศูนย์รวมทางจิตวิญญาณทั้งมวลของชาวรัสเซีย ที่ได้มีบทบาทและส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงที่ยื่งใหญ่และสำคัญของบ้านเมืองเกือบจะทุกครั้ง คือความทรงจำที่ผ่านมารุ่นต่อรุ่นที่ชาวรัสเซียสัมผัสได้

เศรษฐกิจของรัสเซียโดยรวมมีความแข็งแกร่งกว่าประเทศที่สำคัญหลายประเทศ

Posted on by

เศรษฐกิจของรัสเซียโดยรวมมีความแข็งแกร่งกว่าประเทศที่สำคัญหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศในเขตยูโรโซนในช่วงปีที่ผ่านมา  ติดตามภาพรวมทางเศรษฐกิจของรัสเซีย ปัจจัยที่ส่งผลกระทบทางบวกต่อเศรษฐกิจ ความเคลื่อนไหวที่สำคัญในด้านเศรษฐกิจในช่วงปี 2554 และแนวโน้มของเศรษฐกิจรัสเซียในปี 2555 ได้ดังต่อไปนี้ ภาพรวมทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจรัสเซียมีอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ร้อยละ 4.1 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ดี และเป็นการขยายตัวอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจรัสเซียได้ฟื้นฟูจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2551

ดัชนีทางเศรษฐกิจระดับมหภาคส่วนใหญ่เป็นไปในทางบวก อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับ ร้อยละ 6.1 ซึ่งไม่ต่ำนัก แต่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ 20 ปีของรัสเซีย การกู้ยืมจากต่างประเทศอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในหมู่ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ และสัดส่วนหนี้สินต่างประเทศเพียงร้อยละ10 ของ GDP ในด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรม รัสเซียสามารถเพิ่มผลผลิตได้ร้อยละ 4.7 เป็นลำดับที่สี่รองจากประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ คือ จีน อินเดีย และเยอรมัน ตามลำดับ ภาคการเกษตร และภาคการก่อสร้าง ต่างมีอัตราการขยายตัวที่สูงขึ้น ในระดับร้อยละ 16.1 และ 4.8 ตามลำดับ ในด้านการค้าระหว่างประเทศ ณ เดือนพฤศจิกายน 2554  รัสเซียได้เปรียบดุลการค้ากับคู่ค้าทั่วโลกรวม 78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และในส่วนการค้ากับประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และขยายตัวที่ร้อยละ 147.7 ต่อปี รัสเซียเป็นฝ่ายเสียดุลเล็กน้อยเศรษฐกิจของรัสเซียโดยรวมมีความแข็งแกร่งกว่าประเทศที่สำคัญหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศในเขตยูโรโซนในช่วงปีที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันในตลาดโลก  ในปีที่ผ่านมา รัสเซียสามารถผลิตและส่งออกน้ำมันมากที่สุดในโลกและด้วยสถานการณ์ด้านน้ำมันของตลาดโลกที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบสูงโดยเฉลี่ย 113 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้รัสเซียสามารถนำเข้าเงินตราจากการส่งออกน้ำมันได้มากถึง 1.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อรวมถึงการส่งออกก๊าซธรรมชาติ ซึ่งรัสเซียก็เป็นผู้ผลิตและส่งออกสูงสุดของโลก  ทำให้การค้าระหว่างประเทศมีภาวะเกินดุล และรายได้จำนวนมากจากการส่งออกพลังงานดังกล่าวส่วนหนึ่งถูกนำไปสะสมในเงินสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีมากถึง 500,000 ล้านบาท เป็นอันดับที่สามของโลกรองจากจีนและญี่ปุ่น การบริหารงบประมาณแผ่นดิน   รัฐบาลได้เน้นการสร้างอุปสงค์ภายในประเทศอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ  เพื่อสนับสนุนการลงทุน ทำให้การลงทุนในภาคการผลิตขยายตัวร้อยละ 6 ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลโดยตรงมาจากภาวะเศรษฐกิจระดับมหภาคที่เอื้ออำนวยและภาคประชาชนมีการใช้จ่ายที่สูง กอร์ปกับมียอดเงินลงทุนไหลเข้าในช่วงปลายปี

รัสเซียถูกขนานนามว่าเป็นประเทศที่ผู้หญิงสวยที่สุดในโลก

Posted on by

รัสเซียถูกขนานนามว่าเป็นประเทศที่ผู้หญิงสวยที่สุดในโลกและเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์กก็งดงามดุจราชินีแห่งยุโรปด้วยความหนาวเย็น ต้องเดินทางไปช่วงที่เหมาะกับการท่องเที่ยว คือ ช่วงเดือนพฤษภาคม อากาศช่วงนี้จะเย็นสบาย ทิวทัศน์สวยมาก ต้นไม้กำลังผลิดอกเต็มไปหมด กลิ่นหอมตลบไปทั่ว เป็นช่วงที่เรียกว่า “ไวท์ไนท์” เป็นผลจากแสงของพระอาทิตย์เที่ยงคืนการเดินทางไปเที่ยวรัสเซียก็สะดวกมากขึ้น สามารถบินตรงจากกรุงเทพฯ-มอสโก ได้เลย หากอากาศไม่หนาวจัดเกินไป การไปเที่ยวจัตุรัสแดงและพระราชวังเครมลิน พิพิธภัณฑ์และสถาปัตยกรรมเมืองหลวงในรูปแบบทรงยุโรปมีความอลังการและมีเสน่ห์อย่างพลาดไม่ได้ สัมผัสกับความหลายหลากของอารยธรรมแห่งดินแดนหมีขาวเขตภูมิอากาศที่มีความหลากหลาย และแตกต่างระหว่างกันอย่างยิ่ง ทำให้ประเทศรัสเซียมีฤดูหนาวที่ยาวนาน อากาศหนาวจัด รวมทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ถูกปกคลุมด้วยหิมะเป็นเวลานานถึง 6 เดือนกันเลยทีเดียวนอกจากนี้ ระยะเวลาที่เหมาะสมในการติดต่อทางธุรกิจและราชการกับชาวรัสเซียคือ ตั้งแต่เดือน กันยายนถึงกลางเดือนธันวาคม และกลางเดือนมกราคมถึงปลายเดือนมิถุนายน ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยวของคนไทยคือ ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม

ประเทศรัสเซียใช้ภาษารัสเซียเป็นภาษาประจำชาติ ประชาส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้สำหรับคนรัสเซียที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีคือ คนที่ทำงานอยู่ในส่วนของโรงแรม บริษัทท่องเที่ยว ไกด์ บริษัทเอกชนของต่างชาติ พ่อค้าแม่ค้าขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว ส่วนร้านค้า ห้างสรรพสินค้า แท็กซี่ ต่างต้องใช้คู่มือภาษารัสเซียและภาษามือเข้าช่วยในในการซื้อต่อรองราคาสินค้าต่างๆหรืออาจใช้เครื่องคิดเลขในการต่อรองกันอาหารที่เป็นที่นิยมของชาวรัสเซียนจะเป็นพวก ซุปกะหล่ำแบบดั้งเดิม (Shchi) ซุปบีทรูท (Borsch) สลัดมันฝรั่ง (Stilichnii) สตูว์หมู (Azu) เนื้อตุ๋นในครีมเข้มข้น (Beef Stroganoff) ฯลฯ หรือจะไปลิ้มลองอาหารแบบคอเคซัสตามร้านอาหาร หรือภัตตาคารภายในที่พักในรัสเซียของท่านก็น่าสนใจนะคะ อาทิ อาหารจอร์เจียน อาหารอาร์เมเนียน และอาหารอัสซูเรียน (อาเซอร์ไบจัน) ที่โดดเด่นด้วยรสชาติเผ็ดร้อนแบบตะวันออก อาหารจานเด็ดของเขาได้แก่ เนื้อแกะ และ เนื้อปลาสเตอร์เจียน สำหรับอาหารแป้งประจำชาติของรัสเซียก็คือ แพนเค้ก แพนเค้กที่นี่เป็นได้ทั้งของคาวและของหวานเลย ถ้าเป็นของหวานจะมีเอกลักษณ์ตรงแป้งที่เหนียวนุ่มและมีไส้อยู่ข้างใน ซึ่งมีไส้ให้ท่านได้เลือกชิมอย่างหลากหลาย ส่วนอาหารที่แพงที่สุดของประเทศคือ คาเวียร์ หรือไข่ดำจากปลาสเตอร์เจี้ยน นิยมโปะหน้าแพนเค้ก

สถานที่น่าท่องเที่ยวของประเทศรัสเซียที่ไม่ควรพลาด

Posted on by


รัสเซียเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยปราสาทขนาดใหญ่และมีฤดูหนาวที่ยาวนานซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยวที่อยู่ทางตอนเหนือของทวีปเอเชีย โดยมีพื้นที่ตั้งอยู่ทั้งในทวีปเอเชียและทวีปยุโรป พื้นที่ 2 ใน 3 ของรัสเซียอยู่ในทวีปเอเชีย และยังเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆอีกมากมาย อย่างเช่น
1.พระราชวังเครมลิน เป็นพระราชวังที่มีความสำคัญมาตั้งแต่โบราณได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของพระเจ้าซาร์ทุกพระองค์ ซึ่งทาง UNESCO ได้จัดให้พระราชวังเคลมรินเป็นมรดกของโลกด้วยปัจจุบันพระราชวังเครมลินนั้นได้กลาย เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและยังเป็นหนึ่งในสามพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมทรัพย์สมบัติของพระเจ้าแผ่นดินที่สมบูรณ์แบบที่เก็บอยู่ในพระราชวังเครมลินมากมาย
2.จัตุรัสแดง ที่เป็นลานกิจกรรมสืบเนื่องมาจากมีคนมาเที่ยวมากที่สุดของกรุงมอสโคว์ เพราะมีความงามของสถาปัตยกรรมที่หลากหลายของรัสเซีย อย่างเช่น พระราชวัง โบสถ์วิหารต่าง ๆ จัตุรัสแดงมีที่มาจากสถาปัตยกรรมโดยรอบ เป็นสีแดง ซึ่งหมายถึงสิ่งสวยงาม สีแห่งโชคลาภ ความมั่นคง ร่ำรวย ชัยชนะ มีลักษณะเป็นลานกว้าง ในปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของคนจากทั่วทุกมุมโลก
3.มหาวิหารเซนต์ซาเวียร์ ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 1 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ และแสดงความกตัญญูแด่พระเป็นเจ้าที่ทรงช่วยปกป้องรัสเซียให้รอดพ้นจากสงครามนโปเลียนปัจจุบันใช้ในการประกอบพิธีกรรมสำคัของประเทศรัสเซีย
4.ปีเตอร์ฮอฟเป็นพระราชวังที่สวยงามไม่เหมือนใคร เกิดขึ้นจากราชาปีเตอร์องค์เดิมปีเตอร์ฮอฟ สร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน โดยภายในพระราชวังออกแบบความงามในสไตล์ผสมเรอเนสซองส์ภายในจะใช้โคมไฟระย้า งานไม้แกะสลักและภาพวาดสีน้ำมันในการตกแต่งทำให้มีความสวยงามเป็นอย่างมาก
5. พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ พระราชวังฤดูหนาว ถือเป็นสวรรค์ของคนรักงานศิลปะ เพราะจะได้ชื่นชมผลงานของศิลปินเอกจากทั่วทุกมุมโลก
6.มหาวิหารเซนต์ไอแซคมีโดมทองเป็นเอกลักษณ์ต่อมาได้รับการปรับปรุงเป็นโบสถ์หิน และถูกสร้างใหม่อย่างงดงาม

นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียมีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวของไทย

Posted on by

เป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายใหม่ที่มีศักยภาพสูงต่อการท่องเที่ยวของไทย ทั้งจากกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวรัสเซียที่เพิ่มขึ้น เพราะได้รับผลดีจากราคาน้ำมันที่ทรงตัว ประกอบกับประชากรรัสเซียซึ่งมีมากถึง 143 ล้านคน มีแนวโน้มเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบ ด้วยศักยภาพของนักท่องเที่ยวรัสเซียดังกล่าว ประกอบกับการที่ประเทศไทยเป็น 1 ใน 20 ประเทศ ที่ชาวรัสเซียนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเฉลี่ย 93,000 คนต่อปี มีระยะเวลาพักเฉลี่ยนานถึง 12 วัน สามารถสร้างรายได้จาก การท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยสูงถึง 3,800 ล้านบาทต่อปี จึงเป็นโอกาสของไทยที่จะรองรับการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย

พฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย มีดังนี้
รสนิยมของนักท่องเที่ยวรัสเซีย
ด้านที่พักและการใช้จ่าย ชาวรัสเซียเป็นผู้บริโภคที่มีรสนิยมดี และยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อแลกกับบริการที่สะดวกสบายและมีคุณภาพนักท่องเที่ยวรัสเซียจึงนิยมเลือกพักโรงแรมและรีสอร์ทที่หรูหรา มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เลือกรับประทานอาหารชั้นดี ราคาแพรวมทั้งใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าคุณภาพดีทั้งนี้ชาวรัสเซียเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายในการท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก

ด้านสถานที่ท่องเที่ยว สหพันธรัฐรัสเซียมีสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็น และภูมิประเทศส่วนใหญ่ไม่มีทางออกสู่ทะเลนักท่องเที่ยวรัสเซียส่วนใหญ่จึงนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่อบอุ่น โดยเฉพาะหาดทราย และชายทะเล

ด้านกิจกรรมท่องเที่ยว กิจกรรมท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวรัสเซียได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะชาวรัสเซียที่พำนักอยู่ในเมืองใหญ่กลุ่มนักธุรกิจและนักลงทุนที่มีรายได้สูงคือกิจกรรมที่มุ่ง
ตอบสนองความสนใจเฉพาะด้านอาทิ กอล์ฟ ดำน้ำ กิิจกรรมเพื่อสุขภาพ และสปานอกจากนี้การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและงานประชุมสัมมนาเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวรัสเซียให้ความสนใจและมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าสูงกว่านักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น

อุปสรรคในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยของนักท่องเที่ยวรัสเซีย
ข้อจำกัดด้านวีซ่า
การที่ประเทศไทยกำหนดให้นักท่องเที่ยวรัสเซียต้องทำวีซ่าเพื่อใช้เดินทางเข้าประเทศไทย นักท่องเที่ยวรัสเซียบางส่วนจึงเลือกเดินทางไปยังประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่าในการเดินทางเข้าประเทศ อย่างไรก็ตามมื่อเดือนธันวาคม2548ประเทศไทยและสหพันธรัฐรัสเซียได้ร่วมลงนามข้อตกลงเตรียมยกเลิกวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวระหว่างกันปัจจุบันแต่ละประเทศอยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียดก่อนที่จะมีผลบังคับใช้

คู่แข่งทางการตลาด
คู่แข่ง นักท่องเที่ยวรัสเซียนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศแถบยุโรปตะวันออก และแอฟริกา โดยเฉพาะตุรกี และอียิปต์ (สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 1 และ 2 ของนักท่องเที่ยวรัสเซีย ตามลำดับ เนื่องจากประเทศต่าง ๆดังกล่าวอยู่ไม่ไกลจากสหพันธรัฐรัสเซียและมีการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในตลาดรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านของไทย เช่น เวียดนามเริ่มมีนักท่องเที่ยวรัสเซียสนใจ เข้าไปท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากเวียดนามมีชายทะเลที่สวยงามหลายแห่งคล้ายกับชายทะเลของประเทศไทประกอบกับเวียดนามมีการเปิดเสรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวรัสเซีย

ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีแผนกระตุ้นตลาดรัสเซียด้วยการประชาสัมพันธ์ประเทศไทย ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อาทิการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทางการท่องเที่ยวรัฐรัสเซียและ การเชิญสื่อมวลชนจากสหพันธรัฐรัสเซียเข้ามาถ่ายทำสารคดีในประเทศไทย เพื่อนำไปเผยแพร่ต่อชาวรัสเซีย รวมทั้งการเพิ่มเที่ยวบินตรงจากรัสเซียถึงประเทศไทย โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวรัสเซียให้เดินทางมาประเทศไทยได้มากถึง 126,000 คน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 6,157 ล้านบาท